ใช้ระบบสแกนหน้าแจกรูปในงาน ผู้จัดงานต้องคิดเรื่อง PDPA อะไรบ้าง
· ทีม Kasha

ระบบสแกนหน้ารับรูป หรือที่บางที่เรียกว่าค้นหารูปด้วยใบหน้า (Face Search) ช่วยให้แขกได้รูปของตัวเองโดยไม่ต้องเลื่อนหาเอง แต่เบื้องหลังคือการเอาใบหน้าของแขกไปประมวลผล ซึ่งเป็นข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครองเข้มกว่าข้อมูลทั่วไป บทความนี้สรุปเรื่องที่ผู้จัดงานควรรู้และควรถามผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจใช้
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ถ้างานของคุณใหญ่ มีเด็กร่วมงาน หรือองค์กรมีฝ่ายกฎหมาย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูอีกรอบ
รูปถ่ายธรรมดา กับข้อมูลใบหน้า ต่างกันตรงไหน
รูปถ่ายในงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แล้ว เพราะดูแล้วรู้ว่าเป็นใคร แต่ระบบสแกนหน้าทำมากกว่านั้น คือแปลงใบหน้าในทุกรูปเป็นชุดตัวเลข แล้วเอาไปเทียบกับเซลฟี่ของแขก เพื่อบอกว่ารูปไหนเป็นคนเดียวกัน
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ระบุให้ "ข้อมูลชีวภาพ" อยู่ในกลุ่มข้อมูลอ่อนไหว ร่วมกับข้อมูลสุขภาพและข้อมูลพันธุกรรม โดยหลักแล้วจะเก็บข้อมูลกลุ่มนี้ไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับ "ความยินยอมโดยชัดแจ้ง" จากเจ้าของข้อมูล
ตัว พ.ร.บ. ไม่ได้นิยามคำว่าข้อมูลชีวภาพไว้ละเอียด และนักวิชาการก็ยังถกเถียงเรื่องขอบเขตกันอยู่ (งานวิจัยของคณะนิติศาสตร์ NIDA) แต่ระบบที่ใช้ใบหน้าเพื่อบอกว่าใครเป็นใครเข้าใกล้ความหมายนี้มาก ทางที่ปลอดภัยคือถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวไว้ก่อน แล้วทำตามเงื่อนไขของมันให้ครบ
1. ขอความยินยอมให้ถูกแบบ
ตามมาตรา 19 การขอความยินยอมต้อง
- ทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
- บอกวัตถุประสงค์ไปพร้อมกัน
- แยกออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่หลอกหรือทำให้เข้าใจผิด
ในทางปฏิบัติ ก่อนแขกถ่ายเซลฟี่ ควรมีหน้าอธิบายสั้น ๆ ว่าระบบจะเอาใบหน้าไปทำอะไร แล้วให้แขกกดยินยอมเองในช่องที่แยกออกมา ไม่ใช่ซ่อนไว้ในเงื่อนไขการใช้งานยาว ๆ หรือติ๊กไว้ให้ล่วงหน้า
2. คนที่ไม่ยินยอม ต้องยังได้รูป
มาตรา 19 ยังบอกให้คำนึงถึงความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลให้มากที่สุด และห้ามเอาความยินยอมที่ไม่จำเป็นไปผูกเป็นเงื่อนไขของการให้บริการ
สำหรับงานอีเวนต์ แปลว่าไม่ควรมีแขกคนไหนต้องเลือกระหว่าง "ยอมให้สแกนหน้า" กับ "ไม่ได้รูปเลย" ควรมีทางอื่นเสมอ เช่น ดูอัลบั้มรวม หรือติดต่อทีมงานให้ส่งรูปให้
3. แจ้งให้ครบตั้งแต่ก่อนเก็บข้อมูล
มาตรา 23 กำหนดให้แจ้งเจ้าของข้อมูลก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล อย่างน้อยเรื่องเหล่านี้
- เก็บไปเพื่ออะไร
- เก็บข้อมูลอะไร และเก็บนานเท่าไหร่
- ใครบ้างที่อาจได้เห็นหรือได้รับข้อมูล
- ติดต่อใครได้ถ้ามีคำถามหรืออยากใช้สิทธิ
ข้อความเหล่านี้ควรอยู่ในหน้าเดียวกับปุ่มยินยอม และแขกอ่านจบได้ในไม่กี่วินาที
4. ถอนความยินยอมได้ง่ายเท่ากับตอนให้
มาตรา 19 ระบุว่าเจ้าของข้อมูลถอนความยินยอมเมื่อไหร่ก็ได้ และต้องถอนได้ง่ายเช่นเดียวกับตอนให้ความยินยอม ส่วนมาตรา 33 ให้สิทธิขอลบข้อมูลเมื่อถอนความยินยอมแล้ว หรือเมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นแล้ว
ถ้าแขกกดยินยอมได้ในคลิกเดียว ก็ควรมีปุ่ม "ลบข้อมูลของฉัน" ที่กดได้ในคลิกเดียวเหมือนกัน ไม่ใช่ให้ส่งอีเมลไปขอแล้วรอ
5. กำหนดวันลบข้อมูลไว้ล่วงหน้า
ข้อมูลใบหน้ามีประโยชน์แค่ช่วงที่แขกยังรับรูปอยู่ หลังจากนั้นก็หมดความจำเป็น ควรตกลงกับผู้ให้บริการตั้งแต่ก่อนงานว่าจะลบข้อมูลใบหน้าหลังงานจบกี่วัน แล้วแจ้งแขกตามนั้น
6. ถ้ามีเด็กในงาน
มาตรา 20 กำหนดว่าถ้าเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ อายุไม่เกินสิบปีต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง และในหลายกรณีผู้เยาว์ที่อายุมากกว่านั้นก็ยังต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองด้วย งานที่มีเด็กร่วมงานมาก เช่น งานโรงเรียน ควรวางแผนเรื่องนี้แยกต่างหาก
คำถามที่ควรถามผู้ให้บริการ
- เก็บรูปเซลฟี่ของแขกไว้ไหม หรือเก็บแค่ข้อมูลที่แปลงเป็นตัวเลขแล้ว
- ข้อมูลใบหน้าเก็บไว้ที่ไหน และลบอัตโนมัติเมื่อไหร่
- หน้าขอความยินยอมหน้าตาเป็นอย่างไร ขอดูก่อนได้ไหม
- คนที่ไม่ยินยอมจะได้รูปทางไหน
- แขกลบข้อมูลของตัวเองได้เองไหม
- เอาข้อมูลใบหน้าของงานเราไปใช้กับงานอื่นหรือเอาไปทำอย่างอื่นไหม
- ใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และถ้าข้อมูลรั่วจะแจ้งกันอย่างไร
ผู้ให้บริการที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจน มักเป็นคนที่คิดเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนออกแบบระบบ
สิ่งที่เราตั้งใจทำใน Kasha Event
Kasha Event ยังอยู่ในช่วงเปิดรับงานทดลอง สิ่งที่เราตั้งใจทำมีดังนี้
- ก่อนเซลฟี่ แขกต้องอ่านคำอธิบายสั้น ๆ แล้วกดยินยอมเองในช่องที่แยกออกมา
- แขกที่ไม่ยินยอมยังมีทางได้รูป เช่น ดูอัลบั้มรวม หรือติดต่อผู้จัดงาน
- เซลฟี่ต้องถ่ายสดจากกล้องในขณะนั้น ไม่รับรูปที่อัปโหลดจากคลังรูป
- ไม่เก็บรูปเซลฟี่ เก็บเฉพาะข้อมูลใบหน้าที่แปลงเป็นตัวเลขแล้ว และลบเมื่อหมดอายุการใช้งาน
- ลบข้อมูลใบหน้าของทั้งงานอัตโนมัติตามวันที่ผู้จัดตั้งไว้
- มีปุ่มให้แขกลบข้อมูลของตัวเองได้ทันที
- ไม่เอาข้อมูลใบหน้าไปใช้ข้ามงาน
ถ้าคุณกำลังวางแผนงานที่อยากลองใช้ หรืออยากถามเรื่องไหนเพิ่ม ทักมาคุยกันได้
ทัก LINE คุยเรื่องงานของคุณ